top of page

รอยเลือดไม่เลือนลาง...ที่ตวลแสลง

Updated: Apr 1, 2020

"ตวลแสลง" ในวันนี้ อาจเป็นเป้าหมายที่นักเดินทางจำนวนมากปักหมุดไว้ว่าต้องมาหากมีโอกาสมาเยือนกัมพูชา

"ตวลแสลง" ในวันวาน คือเหตุผลที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมาร่วมรับรู้และถ่ายทอดความโหดร้ายที่คนชาติเดียวกันได้กระทำกับคนชาติเดียวกันเอง



…ฉันมาเยือนสถานที่แห่งนี้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ฟ้าใสแต่ไร้แดดพร้อมนักท่องเที่ยวมากมายแต่ไม่หนาแน่นซึ่งยืนกระจายตัวตามจุดต่างๆทั่วพื้นที่ในความเงียบงัน พร้อมหูฟังจาก audio tour ที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของพวกเขาเมื่อกลับออกจากคุกแห่งนี้ไป



เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาจะพบกับทางเดินริมสนามของอดีตโรงเรียนที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงโหยหวนจากผู้ต้องขัง หลายคนในนั้นเป็นเด็กนักเรียนและเด็กที่ไม่มีโอกาสได้โตจนถึงวันเรียน ร่างของผู้วายชนสิบสี่คนสุดท้ายที่พบในสถานที่แห่งนี้ถูกฝังไว้ริมสนามหญ้าถัดจากทางเข้า เป็นเหมือนบทเพลงโหมโรงก่อนรับรู้เรื่องราวแสนเศร้าที่เกิดขึ้นจริงบนดินผืนเดียวกันนี้ระหว่างปี 2519-2522


อาคารคอนกรีตสามชั้นสี่หลังตั้งรายล้อมสามด้านของพื้นที่ มีห้องเรียนและระเบียงทางเดินด้านหน้าเฉกเช่นเดียวกับอาคารเรียนทั่วไป กระดานดำ โต๊ะ เก้าอี้ยังปรากฎให้เห็น แต่ด้วยวัตถุประสงค์อื่นของการคงอยู่...เพือใช้สอบสวนนักโทษ

นักโทษทั่วไปคือผู้กระทำผิดภายใต้ทันต์บนตามกฎหมาย แต่ที่คุกแห่งนี้ นักโทษอาจมีคำนิยามที่ต่างออกไป การเป็นปัญญาชนหรือเพียงสวมแว่นตาคล้ายผู้มีการศึกษาคือผู้มีแนวโน้มจะต่อต้านแนวคิดของกลุ่มเขมรแดงที่หวังจัดตั้งกัมพูชาใหม่เป็นยูโทเปียอันขับเคลื่อนด้วยชนชั้นกรรมาชีพ สิ่งดังกล่าวจึงนับเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องจัดการให้ถึงที่สุดตามกฎหมายพิเศษที่ตราขึ้นเองด้วยแนวคิดว่า "การสังหารผู้บริสุทธิ์โดยความผิดพลาด นั้นดีกว่าการปล่อยศัตรูไปโดยความผิดพลาด" ที่คุกแห่งนี้จึงมีนักโทษจากทั่วประเทศทุกเพศทุกวัยทั้งผู้ใหญ่และลูกเด็กเล็กแดงของ “ศัตรู”


เตียงเหล็กเก่าคร่ำคร่ากลางห้องเรียนคือภาพที่ได้เห็นในเกือบทุกห้องของอาคารหลังแรก บนผนังปรากฏภาพถ่ายเมื่อครั้งเจ้าของหลุมศพด้านหน้าถูกพบบนเตียงในสภาพสิ้นลมอย่างทรมานท่ามกลางกองเลือดเจิ่งนอง คราบเลือดเกรอะกรังยังฝังติดแน่นบนพื้นผิวกระเบื้องใต้เตียงแม้ผ่านการทำความสะอาดมาแล้ว กลิ่นอับคาวยังคงคละคุ้งแม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานราวกาลเวลาไม่อาจลบเลือนความมืดหม่นของช่วงเวลานั้นไปได้ ว่ากันว่าเมื่อครั้งสถานที่แห่งนี้เปิดสู่สายตาชาวโลกใหม่ๆ สภาพภายในยังถูกปล่อยไว้เช่นเดิมเหมือนครั้งถูกพบเจอโดยทหารเวียดนามเมื่อครั้งบุกยึดกรุงพนมเปญและขับไล่เขมรแดงออกไปได้ในปี 2522

....แม้เป็นเวลากลางวัน แต่ฉันก็ยังต้องคอยมองหาเพื่อนร่วมทางให้เดินร่วมชั้นและเข้าไปในห้องใดๆด้วยกัน แม้รับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้คนใกล้ตัว แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นความรู้สึกวังเวงหดหู่ของอดีตแห่งสถานที่นี้ได้

ลวดหนามรายล้อมอาคารหลังหนึ่งเพื่อกั้นขวางหนทางปลิดชีพจากระเบียงของผู้ต้องขังที่แม้ทางเลือกที่จะตายก็เป็นสิ่งต้องห้าม แม้เพียงกระดุมที่อาจกลืนกินให้ติดคอก็จะถูกริบ อาคารหลังนี้แบ่งห้องเรียนออกเป็นห้องย่อยๆเล็กๆเพื่อใช้คุมขังนักโทษเดี่ยวในสองชั้นแรก และห้องขังหมู่บนชั้นสามที่นักโทษถูกตีตรวนนอนเรียงกันติดกับพื้นแม้การขยับกายเพียงนิดก็เป็นความผิด อาหารคือน้ำข้าวต้มเพียงสองสามช้อนต่อวัน อาบน้ำอย่างมากก็สี่วันครั้งโดยการฉีดน้ำเข้าไปในคุกที่มีนักโทษนอนรวมกัน ภายใต้คุณภาพชีวิตที่แย่ราวกับนรกบนดินนี้ นักโทษหลายคนก็ทยอยเสียชีวิตไปด้วยความอดอยากและปัญหาสุขอนามัย

การควบคุมในคุกนั้นเป็นไปอย่างแน่นหนาด้วยผู้คุมหนุ่มน้อยกรรมาชนจากแดนไกลปืนเที่ยง เมื่อความรู้สึกหมั่นไส้พวกคนเมืองปกเสื้อขาวอยู่ในทีรวมกับการถูกล้างสมองให้มองเพื่อนร่วมชาติต่างอุดมการณ์ไม่ต่างจากสัตว์ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะสามารถกระทำทารุณกรรมยันสังหารได้โดยไม่รู้สึกผิดอะไร

ไม่เพียงอาคารเรียนที่กลายสภาพเป็นเรือนจำ แต่เครื่องเล่นต่างๆรายรอบสนามก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องทรมานในการรีดเค้นคำสารภาพออกจากปากผู้ต้องขัง รวมถึงอีกสารพัดวิธีทรมานแสนโหดเหี้ยมจากการประยุกต์ใช้สิ่งรอบๆตัวเท่าที่คิดได้ อาทิ กรีดผิวหนังแล้วใส่ตะขาบเป็นๆลงไป หรือการบังคับให้รับประทานอุจจาระปัสสาวะ เป็นต้น หากคำพูดแท้จริงยังไม่อาจหาสาระพาดพิงถึงใครหรือหน่วยงานใดๆ นักโทษก็จะถูกทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆ เมื่อคนผู้นั้นเจ็บปวดจนสิ้นสติ การรักษาพยาบาลก็จะมาถึงเพียงเพื่อรั้งชีวิตนั้นไว้ให้อยู่ต่อรอรับการทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆจนกว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แม้ปราศจากเค้าของความจริง เช่น ยัดเยียดความเกี่ยวพันกับองค์กรระดับชาติอย่าง CIA หรือ KGB กับบุคคลที่ไม่รู้แม้กระทั่งความหมายของคำเหล่านี้ ก่อนมอบความตายเป็นรางวัลเมื่อได้บันทึกสิ่งที่พวกตนต้องการ

ภาพถ่ายหน้าตรงของเหล่าคนที่เคยถูกคุมขังที่คุกแห่งนี้ถูกนำมาจัดแสดงเพื่อระลึกถึงผู้วายชนม์ ประวัติของคนเหล่านั้นถูกบันทึกอย่างละเอียดโดยผู้คุมเรือนจำตั้งแต่ถิ่นที่พำนักยันสาเหตุที่เสียชีวิต หลายรูปเป็นเพียงเด็กน้อยยังไม่น่ารู้ประสา บางรูปถูกฉายมาพร้อมรอยยิ้มบางเบาราวกับยังไม่รู้ชะตากรรมต่อมา ดูแล้วสะเทือนใจยิ่งนัก นอกเหนือจากภาพถ่ายที่ไม่กล้ามองให้เต็มตา ใกล้กันนั้นฉันยังเห็นกองเสื้อนักโทษที่เคยถูกใส่และกองกระดูกที่เคยมีชีวิต ณ ที่แห่งนี้ ราวแสดงการเปรียบเทียบเหตุการณ์ก่อนและหลังของชะตากรรมที่เกิดขึ้นแก่คนเหล่านั้น


…เพื่อนชาวเขมรเล่าว่า จนถึงทุกวันนี้ชาวกัมพูชายังหลีกเลี่ยงที่จะไปยังสถานที่แห่งนี้ เพราะเกรงจะพบภาพของญาติพี่น้องหรือคนรู้จักของตนเอง

มีบันทึกว่าคุกตวลแสลงได้เคยคุมขังนักโทษราว 15,000-20,000 คน หลังการทรมานอย่างบ้าคลั่ง บางคนถูกส่งไปทำไร่ไถนาร่วมสร้างโลกในอุดมคติของเขมรแดง หลายคนถูกสังหารโดยน้ำมือของคนในชาติที่คุกแห่งนี้ หลายคนถูกส่งต่อไปยังทุ่งสังหาร...และ 7 คนรอดชีวิต

ใต้ร่มไม้ในสนามหญ้าร่มรื่นในวันนี้ ชายชราสองในเจ็ดคนที่รอดชีวิตในวันนั้นยังกลับมายังสถานที่ที่ไม่น่าจดจำเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่ไม่อาจปล่อยให้ถูกหลงลืม ฉันอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาต้องอาศัยความกล้าหาญมากขนาดไหนกันถึงสามารถเผชิญหน้ากับอดีตอันแสนโหดร้ายขนาดนั้นบนสถานที่เดิมได้ กลางลานกว้างใกล้เคียงกันนั้นคืออนุสาวรีย์สลักรายชื่อของผู้วายชนม์ เป็นอนุสรณ์แห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของคนชาติเดียวกันบนด้านมืดของประวัติศาสตร์ประเทศเพื่อนบ้าน


...เสียงดนตรีเศร้าบอกเล่าจุดจบของสงครามคือความสูญเสียในช่วงท้ายของเครื่องเล่น audio tour ฉันปลดหูฟังวางคืนตะกร้าอย่างช้าๆ ก่อนก้าวออกจากสถานที่อันแสนเศร้าพร้อมความรู้สึกหดหู่ในใจ



#ตวลแสลง #สงคราม #ล้างเผ่าพันธุ์ #เขมรแดง #กัมพูชา #พนมเปญ #คุก #การเดินทาง #ประวัติศาสตร์ #ประเทศเพื่อนบ้าน #darktourism #TuolSleng #Cambodia #Khmer #PhnomPenh

Comments


© 2023 by NititaChen. Proudly created with Wix.com

DSC00882.jpeg

contact me

(+66) 859150902

nitita.khema@gmail.com

Bangkok, Thailand

Stay in touch

Thanks for submitting!

bottom of page