top of page

Covid ปิดเมือง กับเรื่องเล่าจากชาวอเมริกันที่ติดค้างใน 3 มุมโลก

Updated: Aug 17, 2022

Published on The Cloud, 16 มิ.ย. 2020


เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้วที่พี่น้องชาวไทยร่วมใจกัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” จนประเทศสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพจนสื่อต่างชาติให้การชื่นชม


ในภาวะที่สามารถปล่อยได้เพียงใจให้ล่องลอยไปไกล แต่กายยังต้องอยู่ติดบ้านกักตัว หลายคนคงเผชิญกับทั้งความเครียด ความวิตกกังวล และความหวาดกลัวกับอนาคตที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราอยู่ก็ยังได้อยู่ใน “บ้าน” ที่คุ้นเคย กับคนที่คุ้นหน้า และพูดจาภาษาเดียวกัน


อีกฟากฝั่งหนึ่งที่ตะวันตกไกล ไวรัสเจ้ากรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างแข็งขันในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากจะเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกแล้ว จึงได้ควบตำแหน่งประเทศอันดับหนึ่งทั้งเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อและจำนวนผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ไปด้วย มาตรการปิดเมืองและเว้นระยะห่างทางสังคมถูกนำมาบังคับใช้ การเดินทางและการท่องเที่ยวในประเทศหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับการเดินทางระหว่างประเทศ


ด้วยสภาพสังคมที่ส่งเสริมความเป็นปัจเจกบุคคลของประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ในแต่ละปีประเทศนี้ส่งออกนักเดินทางแบกเป้จำนวนมากสู่โลกกว้าง ระยะเวลาการเดินทางยาวนานนับกันที่หลักเดือนถึงหลักปีไม่ใช่แค่หลักวัน มีทั้งความตั้งใจและโชคชะตาที่นำพาพวกเขาไปพบเจอประสบการณ์แปลกใหม่อันอาจเปลี่ยนความคิดที่มีต่อชีวิตไปตลอดกาล


...รวมถึงประสบการณ์การติดค้างในต่างแดนระหว่างการแพร่ระบาดของ Covid-19



Pretoria, South Africa


“...นอกจากเวลาไปซื้อของ ฉันก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์มาสองเดือนแล้ว”


ที่เกสเฮาส์เล็กๆ ในเมือง Pretoria ไม่ไกลจาก Johannesburg เขาเป็นผู้พักอาศัยเพียงคนเดียวระหว่างการปิดเมืองในประเทศแอฟริกาใต้


น้ำตกวิคตอเรียจะเป็นจุดหมายสุดท้ายก่อนสิ้นสุดการเดินทางรอบโลกเป็นระยะเวลาสามปีครึ่งของจัสติน ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ภายในเดือนเมษายนเขาจะได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ของฤดูใบไม้ผลิในบ้านเกิดที่เมืองทางตอนใต้ของ Alaskaพร้อมกับครอบครัวที่ไม่ได้เจอหน้ามานานแสนนาน


จัสตินเคยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ประเทศจีน ทำให้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ่อยครั้ง สำหรับชาวอเมริกันที่อาหารเอเชียออกจะแปลกลิ้นและเสียดท้องเกินไป เขายกเว้นให้แค่อาหารไทยซึ่งเขาว่าอร่อยถูกปากจนยอมรับประทานอาหารข้างทางที่ปกติไม่กล้ากินในประเทศอื่นๆ


หลังออกจากงาน จัสตินได้เดินทางท่องเที่ยวจากเอเชีย สู่ยุโรป และแอฟริกา ในสัปดาห์ที่ 6 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เขาก็รับวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศแซมเบีย ตามปกติแล้วการรับวัคซีนนี้จะต้องรอให้วัคซีนมีผลก่อนเป็นระยะเวลา 10 วัน จึงสามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดได้ ระหว่างนั้นเขาจึงแวะพักที่เมือง Pretoria ทางตอนเหนือของประเทศแอฟริกาใต้ แต่หลังจากวันแรกในเมืองใหม่ไม่นาน การเดินทางระหว่างประเทศก็หยุดนิ่งพร้อมๆกันกับที่โลกทั้งโลกหยุดการเคลื่อนไหว


แม้ Covid-19 จะไม่มีรายงานการแพร่ระบาดมากนักในทวีปแอฟริกาหากเปรียบเทียบกับทวีปอื่นๆ แต่ประเทศแอฟริกาใต้ก็เป็นดินแดนที่มีจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการสูงที่สุดในทวีป ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศปิดประเทศห้ามออกจากเคหะสถานหากไม่มีเหตุจำเป็นตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2020 ซึ่งเดิมมีกำหนดเพียง 21 วัน แต่แล้วก็ต้องขยายระยะเวลาออกไปตามสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงมากขึ้น ประธานาธิบดี Cyril Ramaphosa ปรากฏตัวออกโทรทัศน์เป็นครั้งคราวเพื่ออัพเดทสถานการณ์แก่ประชาชน มีการตรวจหาเชื้อไวรัสทั่วประเทศ กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบถูกจัดตั้งขึ้น แต่สำหรับชาวต่างชาติอย่างจัสตินแล้ว คนที่เขาพึ่งพาได้ขณะนี้คงมีแต่ตัวเอง



โอกาสการปิดทริประยะยาวที่น้ำตกวิคตอเรียของจัสตินเป็นศูนย์ เช่นเดียวกับโอกาสในการเดินทางกลับบ้านเกิดที่Alaskaในเร็ววันหลังพลาดเที่ยวบินสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย บางคนอาจบอกว่าเขาโชคดีที่หลีกหนีจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูงที่สุดในโลกได้ แต่ด้วยสภาพอากาศหนาวที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนต่างถิ่นและขนาดพื้นที่กว้างขวางหากเทียบกับจำนวนผู้อยู่อาศัย ทำให้ในเมืองเล็กๆของเขาที่Alaskaนั้นมีจำนวนผู้ติดเชื้อถึงปัจจุบันรวมแล้วไม่ถึงร้อยคน และนี่คือประเทศแอฟริกาใต้ ถึงแม้รัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์ได้ดีเพียงใด แต่พื้นฐานของที่นี่คือหนึ่งในประเทศยากจนที่มีระบบสาธารณสุขอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว



“...สิ่งบันเทิงใจอย่างเดียวที่ฉันมีตอนนี้คือการได้ฝึกหมักไวน์ด้วยน้ำผลไม้”


เพราะโรคระบาด ทำให้ทางรัฐบาลสั่งห้ามการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่นเดียวกับบุหรี่ ร้านอาหาร และUber...จะว่าไปแล้วก็เกือบทุกอย่างยกเว้นร้านขายของชำและร้านขายยา ในวันที่วิสกี้และเบียร์เป็นสิ่งต้องห้าม ทางเลือกเดียวที่อเมริกันชนจากโลกเสรีเช่นเขาจะหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาบรรเทาความเครียดในภาวะที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเช่นนี้คือทำมันขึ้นมาเอง


“...อืม ฉันชอบไวน์สตรอเบอร์รี่ที่สุดแล้วล่ะ”


จัสตินเล่าขั้นตอนการหมักไวน์ด้วยตัวเองที่เขาผ่านการฝึกฝนมาหลายหลักสูตรจากคลิปใน YouTube และบทความทางอินเตอร์เน็ต หลักการง่ายๆแค่ใส่ยีสต์และน้ำตาลลงในของเหลว กระบวนการที่ยีสต์ย่อยน้ำตาลก็จะผลิตแอลกฮอล์และคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ดังนั้นแล้วจึงต้องมีอุปกรณ์อะไรซักอย่างมากันไม่ให้แก๊สออกไป แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องกันไม่ให้ออกซิเจนเข้ามาด้วย


“...ฉันหาอะไรไม่ได้เลย ก็เลยเอาถุงยางอนามัยมาครอบฝาขวดหมักแล้วเจาะรูตรงปลายเอาน่ะ”


เขาเล่าพร้อมปล่อยหัวเราะ การสร้างเรื่องขำขันแม้กับสิ่งเล็กน้อยคงดีต่อสุขภาพจิตของเขาไม่น้อยในภาวะเช่นนี้ แม้ในช่วงแรกของการปิดเมือง นักเดินทางที่ก่อนหน้านี้เดินทางท่องเที่ยวมาอย่างหนักแทบทุกวันอย่างเขากลับรู้สึกผ่อนคลายเพราะได้มีเหตุผลที่จะได้พักผ่อนอย่างจริงจัง แต่ผ่านไปไม่นานเขาก็เริ่มสัมผัสถึงความน่ากลัวในความเงียบงันของโรคระบาดทั้งทางร่างกายและจิตใจ


เดือนพฤษภาคมในประเทศแอฟริกาใต้เป็นช่วงต้นฤดูหนาวที่อากาศเริ่มเย็นลงแต่ไม่ถึงกับหนาว เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเดินทางท่องเที่ยวทุ่งซาฟารีเพราะอากาศที่แห้งจะนำพาสัตว์ต่างๆมารวมตัวกันริมฝั่งน้ำ ภาพสัตว์ป่าน้อยใหญ่ใช้ชีวิตอย่างเสรีไม่มีพันธนาการดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกมาเยือนประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพนี้ปีละกว่า 16 ล้านคน...มาดูสัตว์ป่าในทุ่งซาฟารีใช้ชีวิตที่ไม่ถูกจำกัดในกรงแคบๆ...กรงแคบๆ...


“...ฉันรู้สึกเหมือนถูกจองจำเลย แค่สภาพแวดล้อมดีกว่าในคุก”


ในย่านพักอาศัยของคนที่สืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรปอาจดูปลอดภัยหากเทียบกับชุมชนแออัดถิ่นที่อยู่ของผู้มีรายได้น้อยอันเป็นภาพจำของประเทศแอฟริกาใต้ รั้วบ้านสูงราว 2-4 เมตร ด้านบนขึงลวดหนามราวป้องกันบุคคลจากภายนอกบุกรุกเข้ามาแม้ในยามที่สถานการณ์ปกติคือสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ที่จัสตินไม่เคยสัมผัส เพราะสังคมที่Alaska แม้เสียบกุญแจรถคาไว้ก็ไม่ต้องกังวลว่ารถจะหาย แต่ ณ ที่นี้ ประตูและหน้าต่างติดตั้งแผงเหล็กแน่นหนาจนเขานึกจินตนาการไปว่ากำลังอยู่ในคุก ถึงแม้ว่าประเทศนี้จะเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม แต่ก็ใช่ว่าความไว้เนื้อเชื่อใจในภาพลักษณ์ที่แตกต่างจะเกิดขึ้นกับทุกคน


จัสตินโชคดีที่เจ้าของเกสเฮาส์ปล่อยห้องเช่าให้เขาในราคาถูกมากแม้ว่าค่าครองชีพในแอฟริกาใต้จะถูกมากๆอยู่แล้ว การได้ครอบครองที่พักเพียงคนเดียวพร้อมสวนส่วนตัวในราคาย่อมเยาคงหาไม่ได้ในภาวะปกติ แต่ถ้าเลือกได้เขาก็ขอให้มีใครซักคนหรือสัตว์เลี้ยงซักตัวอยู่เป็นเพื่อนให้ผ่านวันเวลาเงียบเหงาอ้างว้างนี้ไปด้วยกัน แม้พนักงานทำความสะอาดจะพักอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย แต่ก็เห็นหน้ากันเพียงนานๆครั้ง และแลกเปลี่ยนบทสนทนาแค่เมื่อถึงคราวจำเป็น เพื่อนบ้านในละแวกข้างเคียงก็ต่างเก็บตัวอยู่กับบ้านไม่ออกไปไหนด้วยทั้งเหตุผลทางสุขอนามัยและความเกรงกลัวต่อกำลังทหารและตำรวจที่คอยลาดตระเวนตามท้องถนนเพื่อควบคุมสถานการณ์ หากฝ่าฝืนคำสั่งออกมาเดินตามท้องถนนโดยไม่มีเหตุจำเป็น ไม่รักษาระยะห่างระหว่างผู้คน หรือไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย ก็อาจเจอค่าปรับที่สูงถึงราว 80 ยูโร


“...แต่หน้ากากอนามัยที่นี่ไม่ได้หายากหรอกนะ”

หน้ากากอนามัยสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปในราคา 10 Rand (ราว 18 บาท) แต่หน้าตาอาจไม่ใช่รูปแบบที่เราๆท่านๆคุ้นเคยเท่าไร แผ่นผ้าแบบเดียวที่ใช้ในการผลิตถุงใช้แล้วไม่ทิ้งกรีดเป็นรอยสองข้างซ้ายขวาสำหรับเกี่ยวกับหู มีหลายรอยสำหรับปรับให้รับกับขนาดใบหน้าหลายระดับ ไม่แน่ใจว่าป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดีแค่ไหนแต่ใส่ไว้แล้วตำรวจไม่จับหากออกข้างนอก ในช่วงแรกของการปิดเมือง จัสตินไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปซื้อหน้ากากในร้านค้า แค่ยืนรออยู่ภายนอกแล้วพนักงานจะนำสินค้าออกมาให้เอง

สำหรับชายหนุ่มสุขภาพดีเช่นจัสตินแล้ว เหตุผลเดียวที่เขาจะได้ออกไปไหนก็เพื่อซื้อของกินของใช้ประจำวันที่ร้านค้าที่ใกล้ที่สุดซึ่งอยู่ไกลออกไป...

“...ไปกลับก็ร่วม 2 ชั่วโมงที่ต้องเดินเท้าเอา ฉันไม่มีรถและขนส่งสาธารณะก็ไม่มีบริการ ก็เลยแบกของได้ไม่มาก ทำให้ต้องออกไปซื้อของทุกสี่ห้าวันเลย แถมต้องออกไปก่อนบ่ายสองเพราะที่นี่ฟ้ามืดแล้วอันตรายมาก...แต่ถ้าคิดในแง่ดีอย่างน้อยฉันก็ได้ออกกำลังกาย”

ในที่พักมีครัวให้ ทำให้เขาปรุงเอาหารเมนูง่ายๆไว้รับประทานคู่กับไวน์หมักเอง และผ่านแต่ละวันไปกับการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ และอยู่ดึกเพื่อรอเวลาโทรคุยกับครอบครัวที่Alaska ในช่วงเวลาที่น่าเบื่อหน่ายนี้บางทีก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นเมื่อมีตำรวจถือไฟฉายแวะเวียนมาละแวกบ้านในยามวิกาลเพราะมีเหตุโจรกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง หรือพบเหตุการณ์ปล้นกันระหว่างทางหากออกไปซื้อของหลังตะวันตกดิน

ประเทศแอฟริกาใต้เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆที่มีการนำมาตรการการปิดประเทศโดยแบ่งเป็น 5 ระดับมาบังคับใช้ และตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม รัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองสู่ระดับ 4 แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนักต่อจัสติน สายการบินระหว่างประเทศยังคงปิดบริการ ธุรกิจเกือบทุกอย่างยังคงหยุดนิ่ง ชีวิตแต่ละวันยังผ่านไปอย่างเดียวดาย เขาต้องใช้ความเข้มแข็งอย่างมากเพื่อรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้แข็งแรง


ผ่านพ้นมาอีกหนึ่งเดือนกับชีวิตประจำวันของจัสตินที่ยังคงหมดไปกับการตื่นนอน ซักผ้า ซื้อของ ทำอาหาร หมักไวน์ ดูหนัง ฟังเสียงนกร้องและชื่นชมต้นไม้ใบหญ้าหลังกำแพงสูงในที่พักของเขาอย่างลำพัง จนถึงตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกินกว่าร้อยวันแล้วที่จัสตินติดอยู่ที่นี่ ความหวังของเขาฝากไว้กับการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองสู่ระดับ 3 ในวันที่ 1 มิถุนายน


“...ฉันก็หวังแค่ว่าพอคลายมาตรการแล้ว ฉันจะบินกลับบ้านได้”



São Paulo, Brazil


เสียงเพลงดังสนั่นจากภายนอก บ่งบอกให้รู้ถึงการรวมกลุ่มกันเพื่อความบันเทิง ในสังคมละตินอเมริกาที่ความสนุกสนานและกิจกรรมรื่นเริงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม การเปิดเพลงให้ดังและมารวมตัวกันสรวลเสเฮฮาก็เป็นเรื่องปกติ


“...แต่นี่มันยิ่งกว่าตอนปกติอีกนะ”


หากเป็นสถานการณ์ปกติในเมือง São Paulo เขาคงเดินออกไปร่วมวงกับผู้คนข้างนอกนั้นแล้ว แต่นี่คือระหว่างการปิดเมืองในประเทศที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 สูงเป็นอันดับสองของโลก

หลังการเดินทางตะลอนทัวร์เอเชียมาครึ่งปี มาร์โก้ก็เดินทางต่อมายังบราซิลที่ซึ่งเขาตั้งใจจะใช้เวลาราว 3 เดือน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตในดินแดนแห่งความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ...แต่ผ่านไปเพียงเดือนเดียว เขาก็ได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนที่เคยเจอมาจริงๆ

มาร์โก้โชคดีที่เดินทางออกจากเอเชียก่อนการแพร่ระบาดของโรคเข้าขั้นวิกฤติและเที่ยวบินระหว่างประเทศถูกยกเลิก แม้จะมีการตรวจพบผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการแล้ว แต่บราซิลในปลายเดือนกุมภาพันธ์ยังคงปลอดภัยและดูเหมือนจะห่างไกลจากการแพร่ระบาด ในวันแรกของงานคาร์นิวัลใหญ่ประจำปี สิ่งต่างๆที่นี่ทำให้ชายชาวอเมริกันเชื้อสายโคลอมเบียเช่นเขารู้สึกคุ้นเคยและตกหลุมรักประเทศนี้โดยไม่ยาก แต่หลังจากนั้นไม่นานจำนวนผู้ติดเชื้อกลับเพิ่มขึ้นแบบเท่าทวี โดยเฉพาะในเมือง São Paulo ที่เขามาอาศัยอยู่กับครอบครัวของเพื่อน นอกจากจะเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศแล้ว ตอนนี้ยังรั้งตำแหน่งศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคไปด้วย จนประกาศปิดเมืองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2020

ในครอบครัวที่ประกอบด้วยสมาชิกที่มีปัญหาทางเดินหายใจ ผู้อาศัยและคนต่างถิ่นอย่างเขาจึงควรจะต้องจำกัดการออกไปสัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอกให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมาเขาได้แต่เฝ้าสังเกตสถานการณ์จากภายในบ้าน ที่ซึ่งเขาได้ยินเสียงดนตรีจากภายนอกดังขึ้นบ่อยและถี่กว่าเมื่อครั้งก่อนการปิดเมือง

“...พอคนไม่ต้องไปทำงานก็ว่าง ก็มาตั้งวงปาร์ตี้ พวกเขารัก Caipirinha กันมากเลย”


ชาวบราซิลชอบเข้าสังคมอยู่แล้ว ถึงแม้จะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส แต่หลายคนก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติและความต้องการของตัวเอง เสียงเพลงบรรเลงตามท้องถนนบ่งบอกถึงความล้มเหลวของมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ผู้คนไม่ถึงครึ่งที่ยอมทำตาม แม้ว่าร้านอาหาร ผับ บาร์ไม่อาจเปิดให้บริการ แต่ชาวบ้านหลายคนยังคงจับกลุ่มกันสังสรรค์ตามข้างทางร่วมวงกินดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ยังคงมีจำหน่ายตามปกติ โดยเฉพาะ Caipirinha ค๊อกเทลประจำชาติที่เป็นส่วนผสมอันลงตัวระหว่าง Cachaça (บรั่นดีจากอ้อย) น้ำมะนาวและน้ำตาล อาจจะขาดก็เพียงกัญชาที่ถึงแม้เป็นของต้องห้ามผิดกฎหมายแต่ก็ยังคงหาได้ง่ายในภาวะปกติ แต่เมื่อการเดินทางระหว่างประเทศถูกระงับ การลักลอบนำเข้ากัญชาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างปารากวัยจึงลดลงไปด้วย

“...จะว่าไป ก็เหมือนพวกเขารับเลี้ยงฉันน่ะ”


มาร์โก้และเพื่อนชาวบราซิลรู้จักกันมานานแล้ว เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะมาพักกับครอบครัวนี้แค่ชั่วคราวก่อนตระเวนไปตามทางของตัวเองตามส่วนต่างๆของประเทศ แต่เมื่อการเดินทางถูกจำกัด ก็อาจเป็นความโชคดีในความโชคร้ายของเขาที่มีที่ให้อาศัย พร้อมสหายคนสนิทอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน

“...ฉันกินข้าวกับถั่วทุกวันเลย”


แม้ในสภาวะโรคระบาด แต่ประเทศที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำอย่างบราซิลก็ไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหาร อาหารหลักอย่าง Arroz e feijão หรือข้าวกับซุปถั่ว ก็ไม่ได้มีราคาสูง ร้านขายของและซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงเปิดให้บริการ ถึงจะต้องรัดเข็มขัดบ้างแต่ตราบใดที่ยังมีเงินก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีกินที่นี่


“...แต่ปัญหาคือคนเขาไม่มีเงินกันน่ะ”


เช่นเดียวกับประเทศกำลังพัฒนาอีกหลายประเทศที่ประชาชนจำนวนมากคือแรงงานนอกระบบที่ต้องกังวลเรื่องปากท้องมากกว่าโรคระบาด เมื่อการไม่สามารถออกไปข้างนอกได้คือไม่มีงาน ไม่มีเงินและไม่มีกิน ถึงแม้รัฐจะให้ความช่วยเหลือแรงงานนอกระบบเป็นเงิน 600 Real (3,200 บาท) แต่ก็ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง จึงเป็นอีกเหตุหนึ่งที่คนไม่ทำตามมาตรการรัฐ และรัฐก็ไม่ได้จัดการอะไรกับคนที่ฝ่าฝืนเหล่านั้น ยังดีที่การสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นข้อบังคับที่รัฐสามารถจับกุมได้หากพบผู้ไม่ปฏิบัติตาม รถสาธารณะก็ไม่อนุญาตให้เข้าใช้บริการหากไม่สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งแม้จะไม่ได้หายากแต่ราคาก็แพงขึ้นกว่าปกติถึงสามเท่า

“...รัฐบาลระดับรัฐต้องการทำทุกอย่างเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค แต่รัฐบาลระดับชาติต้องการทำยังไงก็ได้ไม่ให้เศรษฐกิจต้องสะดุด มันก็เลยขัดๆกัน”


และอีกส่วนหนึ่งที่ประชาชนไม่อาจทำตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้ เพราะที่พักอาศัยขอพวกเขาคือชุมชนแออัด

“...เวลาส่วนใหญ่ของฉันหมดไปกับการเรียน นี่ฉันเรียนหนักมากเลยนะ”


อินเตอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยที่ห้าในการดำรงชีวิตภายใต้ภาวะที่ถูกจำกัด แต่ความเสถียรของสัญญาณก็แย่เต็มทีเพราะมีปริมาณการใช้งานที่มากขึ้น สัญญาณที่บางทีก็ขาดหายไปเป็นวันๆ กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อคนที่ทำงานผ่านจอจากบ้าน รวมถึงคนที่เรียนหลักสูตรออนไลน์อย่างมาร์โก้ แน่นอนว่ามันอยู่นอกเหนือแผนการเดินทางของเขาซึ่งตอนนี้ควรจะกำลังนั่งตกปลาปิรันย่าอยู่ในป่าอะเมซอน แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาทำได้และควรจะต้องทำในภาวะเช่นนี้ เขาวางแผนจะเข้ามหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกาในเดือนกันยายน แต่ในประเทศบ้านเกิดที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรครุนแรงมากที่สุดในโลก ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมย่อมหนักหนาเช่นกัน เมื่อความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน สิ่งที่ทำได้คือแค่ต้องพยายามพัฒนาตนเองให้มากกว่าคนอื่น


ผู้คนในทวีปยุโรปกำลังเฝ้ารอฤดูร้อนที่จะมาถึงในเร็ววันแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ถึงความเกี่ยวข้องระหว่างอุณหภูมิและการกระจายของเชื้อไวรัส แต่ประเทศทางซีกโลกใต้อย่างบราซิลกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว อุณภูมิภายในอาคารที่ไม่มีระบบทำความร้อนลดต่ำลงเหลือเพียง 15 องศาเซลเซียส ทำให้มาร์โก้ต้องเพิ่มความอดทนมากขึ้นกับประสบการณ์การกักตัวในต่างแดน

ว่าวตัวใหญ่ลอยไปไกลตามสายลม ต้นทางอยู่ที่ดาดฟ้าอาคารพักอาศัยที่มาร์โก้และครอบครัวของเพื่อนอาศัยอยู่ หากอิสรภาพที่โหยหายังไม่อาจถูกเติมเต็มทางกายภาพ อย่างน้อยการได้ปล่อยว่าวให้ล่องลอยออกจากที่พักคับแคบระหว่างกักตัวก็เป็นความบันเทิงที่ช่วยเติมเต็มความต้องการทางใจเพียงไม่กี่อย่างที่ทำได้


มาร์โก้วางแผนจะบินไปหาครอบครัวที่โคลอมเบียในวันแรกที่มีการเปิดพรมแดนระหว่างประเทศต้นเดือนมิถุนายน แต่ในระหว่างช่วงเวลาที่หลายประเทศต่างระแวงคนจากต่างแดน ลูกหลานชาวโคลอมเบียที่ถือหนังสือเดินทางของสหรัฐอเมริกาเช่นเขาถือว่าเป็นชาวต่างชาติตามกฎหมายและไม่สามารถเข้าประเทศของครอบครัวได้ ทำให้แผนการในอนาคตของเขาต้องเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ทั้งในบราซิล ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับสองของโลก และสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก


“...และตอนนี้ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่อย่างน้อยถึงเดือนกรกฎาคม”



เกาะลันตา ประเทศไทย


หากเป็นหน้าร้อนของปีอื่นที่มีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาเข้ามาเยี่ยมเยียนหนึ่งในเกาะชื่อดังที่สุดในทะเลอันดามัน ก็คงไม่มีใครคนไหนสนใจจดจำชาวต่างชาติชายหญิงสองคนที่ขี่สกู๊ตเตอร์ไปมาจนเริ่มเป็นที่คุ้นตาของชาวบ้าน


“...ตอนนี้เกาะลันตาก็เหมือนเป็นบ้านอีกหลังของพวกเรา...บ้านที่ไกลจากบ้านจริงๆ”.


ประเทศไทยเป็นจุดหมายที่ห้าในทริปการเดินทางรอบโลกของทอมและแอนนา กรุงเทพมหานครที่พวกเขาสัมผัสช่างต่างจากคำร่ำลือ การจราจรไม่ติดขัด สถานที่ท่องเที่ยวก็มีคนไม่หนาแน่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่แทบไม่มีให้เห็น หลังจากใช้เวลาราวครึ่งเดือนในเมืองหลวง พวกเขาก็บินลงใต้เพื่อไปสัมผัสกับทะเลสีฟ้าและท้องฟ้าสีครามพร้อมๆกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

แม้สภาพอากาศปลายเดือนมีนาคมจะคู่ควรแก่การออกไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน แต่ด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทำให้การท่องเที่ยวบนเกาะน้อยใหญ่ทั้งหลายต่างถูกระงับ เช่นเดียวกับการเดินทางระหว่างประเทศ เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเวลาเช่นนี้คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งสองคนจึงจำเป็นต้องลงหลักปักฐานซักแห่งเพื่อรอเวลา...


“...แต่พวกเราก็คงรอต่อไปอีกซักพักใหญ่ๆ ถึงยังไง หากจะกลับไป New York ช่วงนี้อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก”


ในวันที่ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโลกเปลี่ยนทิศจาก Wuhan สู่ Milan และ New York มันอาจเป็นความโชคดีของทั้งสองคนที่ไม่ต้องกักตัวอยู่ในพื้นที่สีแดงเช่นบ้านที่พวกเขาจากมา แม้ว่าแผนการเดินทางรอบโลกจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่การได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติบนเกาะเขตร้อนก็ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ

ทอมและแอนนาตั้งใจเดินทางมายังเกาะลันตาอยู่แล้วเพราะกิตติศัพท์ด้านความสวยงามและความเงียบสงบ พวกเขาเดินทางเข้ามาก่อนมาตรการปิดเกาะตัดขาดการสัญจรระหว่างอำเภอได้ไม่นาน จากแผนเดิมที่ตั้งใจจะอยู่ที่นี่เพียงชั่วคราวจึงกลับกลายเป็นการพำนักระยะยาว


“...แต่พวกเราก็มีช่วงเวลาที่ดีที่นี่นะ”

ที่พักของทอมและแอนนาอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะซึ่งเป็นย่านที่ค่อนข้างเจริญ มีผู้อาศัยทั้งถาวรและสัญจรผสมปนเปกันระหว่างคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ แต่ในเวลาเช่นนี้ ชาวต่างชาติที่พบเจอคือกลุ่มคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับพวกเขา จึงเป็นเรื่องง่ายที่มิตรภาพที่ดีจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็โหยหากำลังใจเมื่อต้องมาติดอยู่แดนไกล


“...และที่สำคัญคือเรามีกันและกัน”


บนเกาะใหญ่ห่างไกลจากบ้านเกิดของพวกเขาที่อีกซีกโลกคือสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นตา แม้สหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อยู่มาก แต่หากว่ากันที่การปกครองระดับย่อย กว่าห้าร้อยปีแล้วที่กลุ่มชาวเลอูรักลาโว๊ยอพยพเข้ามาเป็นชนกลุ่มแรก ตามมาด้วยชาวมุสลิมกับชาวจีนเมื่อราวสองร้อยปีก่อน และชาวไทยพุทธเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เข้ามาตั้งรกรากบนเกาะแห่งนี้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว พื้นเพที่แตกต่างไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้กาลผันผ่านไป แต่วัฒนธรรมที่หลากหลายได้หล่อหลอมให้เกิดเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นความสวยงามของชุมชนท้องถิ่นที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนจากที่แห่งไหน

เมื่อปราศจากเสียงเซ็งแซ่ของเหล่าผู้มาเยือน ก็เงี่ยหูฟังเสียงของธรรมชาติได้ชัดขึ้น ไม่เพียงแต่สายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ลงเรือลำเดียวกัน แต่ความเงียบงันก็ย้ำเตือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน ผืนน้ำ สายลม แสงแดด เสียงนกร้องบ่งบอกการมีอยู่ของเพื่อนร่วมโลกที่เรามองข้าม เสียงคลื่นซัดกัดเซาะหินผาบ่งบอกว่ามนุษย์เราช่างบอบบางและเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับโลกใหญ่ใบโต ราวกับความเงียบงันนั้นคือสัญญาณที่ธรรมชาติปรารถนาให้เราเงี่ยหูฟัง...เสียงจากธรรมชาติ และสายสัมพันธ์ที่เราหลงลืม


หาดทรายสีขาวทอดยาวร้างผู้คน คือภาพที่ไม่อาจหาชมได้ง่ายหลังการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวที่นำพาเม็ดเงินมหาศาลมาสู่เกาะลันตา พร้อมกับการพัฒนาของอสังหาริมทรัพท์ที่กำลังค่อยๆเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนท้องถิ่น การมาถึงของทอมและแอนนาในวันนี้อาจเป็นเรื่องดีที่พวกเขาได้เห็นความงดงามของสถานที่แห่งนี้ในแบบที่มันเป็นจริงๆ

“...เกาะนี้น่าอยู่จริงๆ แอนนาวาดรูปไว้เยอะมากและตอนนี้ก็กำลังเรียนรู้ที่จะเป็นทนายความ ส่วนฉันก็มีเวลาได้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน”


แม้เข็มนาฬิกาจะยังคงหมุนที่จังหวะเช่นเดิม แต่เมื่อความเร่งรีบกลายเป็นสิ่งไม่จำเป็น ชีวิตบนเกาะลันตาจึงผ่านไปอย่างเนิบช้า ช้าจนทั้งสองคนมีเวลาพิจารณาถึงชีวิต ทำความเข้าใจในตัวเอง มองหาความสนใจและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆไปพร้อมกับชื่นชมในความงดงามและคุณค่าของการมีชีวิต


“...คุณป้าเจ้าของเกสเฮาส์จะเตรียมของบริจาค และทำอาหารไปแจกชาวบ้านที่เดือดร้อน พวกเราก็ไปช่วยเขาด้วย”


ในความเป็นจริงแล้วช่วงเวลานี้ของทุกปีคือฤดูท่องเที่ยวที่คราคร่ำไปด้วยชาวต่างชาติ แต่สภาวการณ์ของโรคระบาดที่หยุดยั้งการท่องเที่ยวทั่วโลก หมายถึงการหายไปของแหล่งรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงชุมชนบนเกาะ ผู้คนมากมายที่พึ่งพาธุรกิจท่องเที่ยวต่างได้รับผลกระทบ ทำให้คนกลุ่มเล็กๆที่ยังพอมีกำลังทรัพย์ลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่างเพื่อต่อลมหายใจให้กับชุมชนของตัวเอง หนึ่งในนั้นคือเจ้าของที่พักที่ทอมและแอนนากำลังอาศัยอยู่ ทำให้ทั้งสองคนได้มีโอกาสเข้าไปทำงานอาสาสมัครและได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านการช่วยเตรียมอาหาร ได้รู้จักสถานที่แปลกใหม่ในซอกหลืบของชุมชนผ่านการนำข้าวของบริจาคไปส่ง และได้มิตรภาพกลับมาจากการแบ่งปันแรงกายและแรงใจโดยไม่หวังผลตอบแทน


“...พวกเราไปช่วยทำอาหารที่วัดด้วยนะ อาหารร้อนๆ 190 ชุดเพื่อคนในชุมชน”


ทอมและแอนนามีความสุขที่ได้ทำอะไรตอบแทนเกาะแห่งนี้และผู้คนรอบตัวที่สร้างช่วงเวลาที่ดีแก่พวกเขาในวันที่โลกภายนอกว้าวุ่นไปด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส


“...ฉันเคยอ่านเจอว่าส่วนใหญ่แล้วคนท้องถิ่นจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวเท่าไร แต่ที่นี่มันไม่ใช่เลย พวกเขาดีกับพวกเรามากๆ”

“...มันเป็นเรื่องน่าสนุกที่ได้ทดลองทำอาหารที่เราไม่เคยทำกัน แต่ก่อนอื่นเราต้องทำตัวให้ชินกับวัตถุดิบที่นี่ก่อน ตอนนี้พวกเราลองทำส้มตำไก่ย่างแบบไทย ผักผักบุ้งไฟแดง ก๋วยเตี๋ยวกะหรี่แบบสิงคโปร์ ราเมน แล้วก็พุดดิ้งมะม่วง”


ในช่วงแรกของการติดเกาะ ที่พักของทอมและแอนนาไม่มีห้องครัว ทำให้พวกเขาต้องฝากท้องกับร้านอาหาร แต่หลังจากย้ายเข้ามาที่พักใหม่ตามคำแนะนำของสหายนักเดินทางที่ติดเกาะเช่นกัน พวกเขาก็ได้ใช้เวลาหาประสบการณ์ใหม่ๆกับตำรับอาหารที่ไม่คุ้นเคย และการสืบเสาะหาแหล่งวัตถุดิบจากร้านค้าท้องถิ่นบนเกาะลันตา หากรู้ว่าชาวบ้านไปซื้อของจากที่ไหน พวกเขาก็จะตามไปซื้อจากที่นั่น


“...พวกเราขี่สกู๊ตเตอร์ไปทุกที่ ชีวิตเลยไม่ได้ลำบากอะไร ยกเว้นแต่ตอนที่มีคำสั่งห้ามฝรั่งขี่สกู๊ตเตอร์ แต่พวกเราก็พอเข้าใจเหตุผล”

มีอยู่ช่วงหนึ่งราว 2-3 สัปดาห์ของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค บนเกาะมีกฎห้ามชาวต่างชาติขี่รถจักรยานยนตร์ แต่ไม่ได้บังคับใช้กับคนท้องถิ่น ทำให้ช่วงนั้นพวกเขาต้องไปไหนมาไหนด้วยการเดินเท้าเอา จะว่าไปก็เป็นช่วงที่ลำบากที่สุดแล้วในชีวิตการติดเกาะลันตาของทั้งสองคน แต่หลังจากนั้นเมื่อมาตรการผ่อนคลาย สกู๊ตเตอร์ก็กลับมาเป็นเท้าพาพวกเขาสำรวจดินแดนแห่งนี้ต่อไป


“...ฉันอัพเดทข่าวสารมาตรการต่างๆจากคุณป้าเจ้าของเกสเฮาส์น่ะ เธอทั้งส่งข่าวทั้งแปลให้”


หากสำหรับคนไทยว่ายากแล้วที่จะหาแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือที่สุด สำหรับชาวต่างชาติก็คงเป็นเรื่องยากลำบากกว่าหลายเท่า แม้ข่าวสารบนกลุ่มเฟสบุ๊คจะมีอัพเดทอยู่ตลอด แต่เพราะการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่ทั้งถี่ ทั้งมาจากหลายแหล่ง บางทีก็เป็นเรื่องยากที่จะเลือกปฏิบัติตาม

“...มีสองสามครั้งที่เราเห็นปรากฏการณ์ทะเลเรืองแสงจากแพลงก์ตอน พระอาทิตย์ตกที่เส้นขอบฟ้าก็สวยงามในทุกวัน ทั้งป่าเขาทั้งธรรมชาติ...เราควรขอบคุณด้วยซ้ำที่ได้มาติดอยู่ที่นี่”


สำหรับทอมและแอนนาแล้ว ชีวิตบนเกาะลันตาเป็นดั่งบรรณาการมากกว่าพันธนาการ ณ ที่แห่งนี้ เขาทั้งสองได้สัมผัสประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่งทั้งจากตนเอง คนข้างกาย และสิ่งรอบตัว แม้ว่าในตอนนี้พวกเขายังไม่อาจวางแผนอนาคตอันใกล้ได้ แต่ทั้งสถานการณ์รอบโลกที่ยังไม่น่าไว้วางใจ และวีซ่าของพวกเขาที่ได้รับการขยายระยะเวลาไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม พวกเขาจึงขอดื่มด่ำกับชีวิตเนิบช้าและเงียบสงบบนดินแดนในอีกซีกโลกนี้ต่อไปอีกซักระยะ


“...และพวกเราก็จะกลับมายังบ้านหลังนี้อีกแน่นอน”




Comments


© 2023 by NititaChen. Proudly created with Wix.com

DSC00882.jpeg

contact me

(+66) 859150902

nitita.khema@gmail.com

Bangkok, Thailand

Stay in touch

Thanks for submitting!

bottom of page